Web2.0//Lib2.0 (ต่อ)

posted on 26 Aug 2011 21:11 by phimonmas  in 355293
Web 1.0
  • MP3 (pre-IPod)
  • Britannica Online
  • Personal websites
  • Documentation
  • Directories (taxonomy)
  • Stickiness 
Web 2.0
  • IPods 
  • Wikipedia 
  • Blogs 
  • Wikis 
  • Tags (folksonomy)              
  • Syndication (กลุ่ม)
     การบริการห้องสมุดที่ให้ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง มีการส่งเสริมอย่างสม่ำเสมอ และมีวัตถุประสงค์ให้ผู้ใช้เข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ห้องสมุดในการบริการ ทั้งด้านกายภาพ และการเข้าถึงออนไลน์ รวมทั้งมีการประเมินการบริการอย่างสม่ำเสมอ
 
Perception of Library 2005
- การเข้าใช้ห้องสมุด -
96% เคยใช้อย่างน้อย 1 ครั้ง
51% เคยใช้ Instant Messaging
30% ไม่เคยทราบว่ามีฐานข้อมูลออนไลน์บริการ
 
สาเหตุที่ไม่เคยใช้เว็บไซต์ห้องสมุด
1. ไม่ทราบว่ามีการจัดทำ
2. เว็บไซต์อื่นให้ข้อเท็จจริงที่ดีกว่า
3. หาเว็บไซต์ไม่พบ
 
Libraries are inefficient   ไร้ประสิทธิภาพ
Libraries are limited   มีข้อจำกัด วัฒนธรรม นโยบาย
Libraries are obsolete   หมดสมัย
 
     "ความล้มเหลวในการที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ทัน เนื่องจากคิดมาก และขาดการวางแผนบริการห้องสมุด อาจทำให้ต้องสูญเสียผู้ใช้และบรรณารักษ์ในที่สุด"
 
Lib 2.0 และ องค์ประกอบสำคัญ 4 ประการ
     1. มีผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง ผู้ใช้ควรมีส่วนร่วมในการพัฒนาเนื้อหาและบริการให้สอดคล้องตามความต้องการของผู้ใช้
     2. จัดให้มีการใช้ทรัพยากรในรูปแบบที่หลากหลาย เช่น วิดีโอ และสื่อเสียง ทั้งนี้ในอนาคตห้องสมุดแบบกายภาพจะลดลง และห้องสมุดเสมือนจะมีบทบาทมาก
     3. สร้างสังคมการสื่อสาร จัดให้มีการสื่อสาร 2 ทางระหว่างผู้ใช้ และผู้ใช้ และ ผู้ใช้กับผู้บริการ ทั้งการสื่อสารทางเดียว (asynchronous) เช่น wikis และ โต้ตอบ (synchronous)เช่น IM
     4. การสร้างสรรค์สังคม  ห้องสมุดเป็นสถาบันบริการสาธารณะ จึงต้องมีความเข้าใจสภาพการปรับเปลี่ยนของสังคมที่ให้บริการ แต่ไม่ใช่บรรณารักษ์เท่านั้น ผู้ใช้จะต้องมีส่วนร่วมด้วยในการปรับเปลี่ยน โดยต้องคำนึงต่อสังคมส่วนรวม พร้อมๆ กับความต้องการส่วนบุคคล 

Web/Library 2.0
     เป็นรูปแบบใหม่ของบริการห้องสมุด เป็นเว็บที่สามารถมีส่วนร่วมได้ มุ่งเน้นผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง ผู้ใช้สามารถมีส่วนร่วมกับการให้บริการของห้องสมุดผ่านระบบห้องสมุดอัตโนมัติ เช่น User Comment, Tag และ Rating Feed User-created Content
 
ตัวอย่าง NC State University 
OPAC 2.0
     1. การใช้ประโยชน์ของหมวดหมู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์ (สามารถ Browse หนังสือ ตามหมวดหมู่ต่างๆ ได้บนเว็บ)
     2. การใช้ประโยชน์ของ Subject Heading ในการ Refine ผลการค้น (สามารถบ่งจำนวนหนังสือในหมวดหมู่ที่เกี่ยวข้องได้, แตก LCSH เพื่อสามารถใช้ประโยชน์ของ subfield ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ)
     3. กำหนดจำนวนผลการค้นให้แสดงผลเฉพาะ หนังสือที่ Available ในห้องสมุด (ไม่ได้ถูกยืมออก) เท่านั้น
     4. ใช้ Dictionary เพื่อช่วยเหลือในการป้อนคำค้น เวลาพิมพ์ผิด หรือไม่ค้นพบผลการค้น 
     5. การแปลงผลการค้นให้อยู่ในรูป RSS เพื่อที่ผู้ใช้สามารถเก็บผลการค้นแล้วติดตามรายการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นมาได้ 
     6. การเพิ่มระบบ Recommendation ในหน้า item (”more titles like this”) ฯลฯ 
 

Web2.0//Lib2.0

posted on 26 Aug 2011 20:12 by phimonmas  in 355293
Web2.0 Lib2.0
 การใช้สื่อของวัยรุ่น
     - ผลการศึกษาพบว่าเยาวชนอเมริกันใช้เวลาออนไลน์ และดูทีวีเพิ่มขึ้น จาก 10.7 ชั่วโมง/ต่อวัน
ในปี 2007 เป็น 12.5 (www.arip.co.th)
     - Kaiser Family Foundation (2010) Generation M2: Media in the Lives of 8- to 18-Year-Olds พบว่าเยาวชนที่มีอายุระหว่าง 8 - 18 ปี จะใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 7 ชั่วโมง 38 นาทีต่อวัน (หรือ 53 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) ในการรับสื่อทีให้ความบันเทิง (20 มกราคม 2553)
     - รายงานวิจัยระบุว่า "การบริโภคสื่อบันเทิงที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่เกิดจากความพร้อมของผู้ใช้ทีมีอุปกณ์เคลื่อนที่อย่างมือถือ และiPOD
     - 5 ปีทีผ่านมา (2009) กลุ่มผู้บริโภคที่มีอายุระหว่าง 8 - 18 ปีมีอุปกรณ์มือถือเพิ่มขึ้นจาก 39% เป็น 66% และผู้ใช้ iPOD หรือเครื่องเล่น MP3 ในกลุ่มเดียวกันนี้มีการเติบโตจาก 18% เป็น 76% 
     - มือถือ และ iPOD เป็นอุปกรณ์มัลติมีเดียที่มีความสามารถหลากหลาย เยาวชนในยุคปัจจุบันเลยใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการฟังเพลง เล่นเกมส์ ชมภาพยนต์บนมือถือ (49 นาทีต่อวัน) และพูดคุยกับเพื่อน (33 นาทีต่อวัน)  
http://www.arip.co.th/news.php?id=410718 
     - Victoria Rideout จาก Kaiser Family Foundation อธิบายว่า พัฒนาการที่หลากหลายของเทคโนโลยีสื่อทำให้เยาวชนเข้าถึงสื่อได้ง่ายขึ้น และใช้เวลากับสื่อได้มากกว่าเดิม โดยในส่วนของกิจกรรมออนไลน์ จากข้อมูลระบุว่า 
     - ใช้ Social Networking 22 นาทีต่อวัน 
     - เกมส์ 17 นาที ต่อวัน 
     - เยี่ยมชมเว็บไซต์ วิดีโอ เช่น YouTube 15 นาที 
     - เด็กนักเรียนเกรด 7 - 12 ใช้เวลาเฉลีย 1 ชั่วโมง 35 นาทีต่อวันไปกับการรับส่งข้อความ (sms, chat)
 
กิจกรรมที่ทำบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด
     - ค้นหาข้อมูล  29.7 %
     - E mail 21.9 %
     - ติดตามข่าว  9.3 %
     - E Learning 8.0 %
     - สัดส่วนการใช้งานจากที่บ้านเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 52.3 และ สถานที่ทำงานลดลงเป็นร้อยละ 37.0
 
บทบาทห้องสมุด จะต้องเป็นมากกว่า “ห้องสมุด”
     แนวคิดห้องสมุด 2.0 
          - พฤติกรรมผู้ใช้เปลี่ยนไป และการพัฒนาการของ IT
          - “กฎของพาเรโต” (Pareto Principle) /"80/20 rule"
          - เศรษฐศาสตร์หางแถว(ยาว)(The Long Tail)
          - เทคโนโลยี Web 2.0
          - Lib 2.0
 
แนวคิดกฎของพาเรโต (Pareto Principle) "80/20 rule"
     ยอดขาย 80% มาจากลูกค้าเกรด A (หรือสินค้าที่ขายดีในกรณีพิจารณา supply side) จำนวนเพียง 20% ดังนั้นบริษัทต่างๆ จึงระดมกำลังและทรัพยากรส่วนใหญ่ขององค์กรไปเพื่อบริหารลูกค้าระดับ A 20 % หมด เพราะมีกำลังซื้อสูงกว่า และเชื่อว่าจะสร้างผลกำไรให้กับบริษัทได้ดีกว่าลูกค้ากลุ่มที่เหลืออีก 80% 
 
80/20  to Long tail
     - กฎ 80/20 ได้รับความนิยมใช้มาเรื่อยๆ จนถึงยุคที่มีอินเตอร์เน็ต
     - อินเตอร์เน็ตทำให้ต้นทุนในการประชาสัมพันธ์ การสื่อสาร และไม่ได้แปรผันตามปริมาณการใช้อีกต่อไป การเข้าถึงกลุ่มลูกค้าอีก 80% ได้ง่ายขึ้น
     - อินเตอร์เน็ตจึงเป็นจุดกำเนิดของกลยุทธ์หางยาว (Long Tail Strategy) ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เน้นเจาะกลุ่มลูกค้า (demand side) หรือสินค้า (supply side) อีก 80% ที่เป็นลูกค้าระดับรอง หรือสินค้าที่ขายยาก
 
แนวคิด Long Tail (Long Tail Concept)
     “แนวคิดทางการตลาดที่ต้องการให้ผู้ประกอบการหันมามุ่งเน้นพัฒนากลยุทธ์สำหรับสินค้าจำนวนมากที่มีความต้องการจากผู้บริโภคต่ำ เพื่อสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายให้มากขึ้น”
 
พัฒนาการอินเทอร์เน็ต Web 2.0
     1. โลกออนไลน์กลายเป็นตลาดใหม่ของระบบเศรษฐกิจ (e-commerce) ซึ่งผู้ค้าสามารถวางขายสินค้าที่หลากหลาย และมีความเฉพาะตัวสูงไปได้พร้อมกัน โดยมั่นใจได้ว่า กลุ่มผู้ซื้อที่เหมาะสมจะสามารถเข้าถึงหน้าร้านออนไลน์นี้จากทั่วทุกมุมโลก
     2. การแพร่หลายของ Blog, Twitter, Facebook, Youtube, Slideshare ทำให้ผู้คนสามารถเผยแพร่เนื้อหา (Content) ของตนไปยังเว็บไซต์ต่างๆ ให้ผู้คนรับรู้ได้ง่ายๆ
     3. ยุคใหม่ที่เรียกว่ายุค Web 2.0 และ Globalozation 3.0 ตัวแปรด้านดีมานด์มีความสำคัญมากกว่าตัวแปรด้านซัปพลาย
 
 
 
 

edit @ 26 Aug 2011 21:15:42 by iPooh Phii

          การตลาด คือ การกระทำกิจกรรมต่าง ๆ ในทางธุรกิจที่มีผลให้เกิดการนำสินค้าหรือบริการจากผู้ผลิตไปสู่ผู้บริโภคหรือผู้ใช้บริการนั้น ๆ ให้ได้รับความพึงพอใจ ขณะเดียวกัน ก็บรรลุวัตถุประสงค์ของกิจการ
 
คำจำจัดความที่สำคัญทางการตลาด
         ความจำเป็น (need) หมายถึง สิง่ที่ผู้บริโภคมีความจำเป็นต้องบริโภคปัจจัยพื้นฐานต่างๆเพื่อให้สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ แบ่งเป็น
  • ความจำเป็นทางด้านร่างกาย (physical needs)อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค ทำให้คนต้องได้มาซึ่งปัจจัยพื้นฐานเหล่านี้ เพื่อตอบสนองความต้องการเหล่านั้น
  • ความจำเป็นของสภาพทางสังคมและอารมณ์ (social and emotional) ได้แก่ การมีเพื่อน และความรู้สึกมั่นคง ปลอดภัย ทำให้เกิดสินค้าและบริการอย่างมากมาย
  • ความต้องการ (want) หมายถึงความปารถนาเพิ่มเติมนอกเหนือจากความจำเป็น เป็นสิ่งที่ทำให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างมีความสุขเพราะเกิดจากความพึงพอใจตามความอยากได้ อยากมี อยากเป็น
การจัดการการตลาด 
     กระบวนการวางแผนและปฏิบัติโดยอาศัยแนวคิด การกำหนดราคา และการส่งเริมการตลาด การจัดจำหน่ายสินค้าและบริการเพื่อสร้างสรรค์ให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่สามารถสนองความต้องการของบุคคล และบรรลุัวัตถุประสงค์ขององค์กร การจัดการการตลาดนั้นจะเกิดขึ้นได้เมื่อฝ่ายหนึ่งใช้วิธีต่างๆเพื่อตอบสนองความต้องการอีกฝ่ายหนึ่ง 
 
จุดมุ่งหมายการตลาด
      ให้รู้จักและเข้าใจลูกค้าเป็นอย่างดี เพื่อจัดสินค้าและบริการที่เหมาะสม การตลาดมกจะเกิดผลกับลูกค้าที่พร้อมจะซื้อ ดังนนั้นสินค้าและบริการต้องพร้อมตลอดเวลา
 
ความสำคัญของแผนการตลาด
  • ให้รายละเอียดของการเริ่มต้นธุกิจ ทำให้ผู้ประกอบการมีเป้าหมายที่ชัดเจนในการดำเินินธุรกิจ 
  • เป็นเครื่ืองมือที่ช่วยให้พนักงานภายในองค์กรมองไปที่เป้าหมายเดียวกัน มีแนวทางในการตัดสินใจและการดำเนินการ
  • ช่วยลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ
  • เป็นเสมือนพิมพ์เขียวกำหนดกิจกรรมต่างๆ และการปฏิบัติงานที่ต่อเนื่องในอนาคตด้วย
การตลาดบริการสารนิเทศธุรกิจ
   การผสมผสายวิธีการตลาดเขิงสังคม และการตลาดเชิงธุรกิจเข้าด้วยกัน กล่าวคือ ผู้ใช้สารนิเทศได้รับสารนิเทศ หรือ บริการสารนิเทศตามความต้องการ เพราะผู้ใ้ห้บริการได้ศึกษาความต้องการของผู้ใช้สารนิเทศและพยายามจัดหาสารนิเทศเพื่อให้บริการโดยสามารถตอบสนองความต้องการให้ผู้ใช้สารนิเทศมีความพอใจเห็นคุณค่าของสานิเทศมากขึ้น
 
สารนิเทศในรูปของคอมพิวเตอร์
    ผลิตภัณฑ์สารนิเทศที่บันทึกในสื่อคอมพิวเตอร์ การใช้ประโยชน์ต้องใ้ช้เครื่องมือ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เครื่องแปลรหัส สัญญารโทรคมนาคม เครื่องพิมพ์ และซอฟแวร์สำหรับระบบโทรคมนาคม
 
องค์ประกอบ 4 ประการของวิธีการตลาด
    ผลิตภัณฑ์ หมายถึงสินค้า และบริการที่ผู้ผลิตจัดทำขึ้น ผลิตภัณฑ์สารนิเทศได้แก่ บริการสารนิเทศสื่อสิ่งพิมพ์ หมายถึง หนังสือ วารสาร หนังสืออ้างอิง ดัชนีวารสารและสาระสังเขป  บริการสารนิเทศประกอบไปด้วย บริการที่ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์พร้อมการบริการ 
     ราคา หมายถึงราคาผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่สารนิเทศที่ผู้จำหน่ายกำหนดขึ้น ราคาควรมีการกำหนดอย่างสมเหตุสมผล ให้ผู้บริโภคยอมรับว่ามีคุณค่าสมกับคุณภาพจองผลิตภัณฑ์และยินดีที่จะหาซื้อไปบริโภค โดยทั่วไปแล้วผู้บริโภคต้องจ่ายเงินค่าบริการสารสนเทศทั้งในทางตรงและทางอ้อม 
    สถานที่ หมายถึงที่ตั้งสถาบันบริการสารสนเทศ ซึ่งควรอยู่ในที่ติดต่อได้ง่าย สะดวก และตรงตามวัตถุประสงค์ในการบริการ 
การประชาสัมพันธ์ห้องสมุด
    หลักการประชาสัมพันธ์คือ เลือกใช้เครื่องมือตลอดจนวิธีการในการประชาสัมพันธ์ให้เหมาะสม และมีประสิทธ์ภาพ ประสิทธิผล ส่วนหน้าที่ของการตลาด คือ การใช้หลักการบริหารทางธุรกิจบางส่วนมาประยุกต์ใช้เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสนใจ พอใจ และประทับใจกับบริการที่จัดให้ ซึ่งจำเป็นต้องรู้จักการประชาสะมพันธ์อย่างดี เพื่อจะได้นำมาใช้กับการตลาดในงานบริการของห้องสมุด
 
วัตถุประสงค์ของการประชาสัมพันธ์
  1. เพื่อสร้างภาพพจน์ หรือภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์การ
  2. เพื่อแก้ไขความเข้าใจผิดที่มีต่อองค์การในด้านต่างๆ
  3. เพื่อกระตุ้นความสนใจ
  4. เพื่อสร้างความนิยมแก่ชุมชนในละแวกใกล้เคียง
  5. เพื่อสร้างความนิยมในกลุ่มผู้ปฏิบัติงานในองค์การ
  6. เพื่อชี้แจงและให้บริการแก่ผู้ใช้ห้องสมุด
  7. เพื่อเพิ่มพูนความเป็นมิตรไมตรีจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับองค์การ
กระบวนการประชาสัมพันธ์
  1. การวิจัย การรับฟัง
  2. การวางแผน การตัดสินใจ
  3. การสื่อสาร
  4. การประเมินผล 
กลุ่มเป้าหมายของการสื่อสาร
  1. การสื่อสารในองค์การ
     2. การสื่อสารภายนอกองค์การ
***สามารถทำได้สองวิธี คือ การสื่อสารที่สถาบันควบคุมได้ กับ การสื่อสารผ่านสื่อมวลชน

หลักในการสื่อสาร
  1. ความถูกต้องน่าเชื่อถือ ของสารและบุคคลผู้ส่งสาร
  2. ความเหมาะสมของเนื้อหาสาระ
  3. ความแจ่มแจ้ง
  4. ความเหมาะสมกับกาลเทศะ
  5. ความต่อเนื่องสม่ำเสมอ
  6. ความเหมาะสมในการใช้สื่อ
  7. ความสามารถของผู้รับสาร
การวางแผนประชาสัมพันธ์ กำหนดวิธีการปฏิบัติเพื่อใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานนั้นๆมีความสอดคล้องต่อเนื่องเพื่อบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ โดยการประชาสัมพันธ์นั้นมีความสำคัญในเรื่องต่างๆต่อไปนี้
  1. ช่วยสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสถาบัน
  2. เป็นกลไกในการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี
  3. ช่วยผลักดันให้การดำเนินงานของสถาบัน องค์การ ไปได้ด้วยดี
  4. เป็นกลไกในการชักจูงโน้มน้าวใจ
  5. เป็นเครื่องมือสื่อสารทางการตลาดในองค์การ
  6. เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาในสถาบันต่างๆที่เกิดขึ้น
 
   ภาพลักษณ์เกิดขึ้นได้ คือ
  1. ภาพลักษณ์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและสภาพแวดล้อม โดยที่สถาบันไม่ได้ดำเนินการใดๆ
  2. ภาพลักษณ์ที่เกิดจากกระบวนการสร้างภาพลักษณ์ตามที่สถาบัน องค์การ ต้องการจะเป็น

สรุป การเล่าหนังสือ (Book talk)

posted on 24 Aug 2011 18:00 by phimonmas  in 355293
    การเล่าหนังสือเป็นการนำหนังสือมาพูดให้ผู้ฟังเกิดความสนใจ โดยเลือกจุดเด่นของหนังสือมาเล่า พน้อมทั้งมีหนังสือมาแสดงขณะนั้นด้วย
 
การเตรียมการและวิธีเล่าหนังสือ
  1. เลือกหนังสือ
  2. พิจารณาจำนวนผู้ฟัง ระหว่างเด็กหญิงเด็กชาย
  3. พิจารณาภูมิหลังของผู้ฟัง
  4. จัดหัวข้อเรื่องทีจะเล่า กำหนดจำนวนหนังสือที่จะนำมาเล่าในหัวข้อนั้นๆ
  5. กำหนดเวลาในการเล่า
  6. ทำโน๊ตเกีย่วกับเรื่องที่จะพูด 
  7. บางครั้งใช้วิธีอ่านก็ได้
การวิจารณ์หนังสือ (Book review) เป็นการพิจารณาหนังสือเกี่ยวกับลักษณะการเขียนเนื้อหาว่ามีข้อดีเด่น ประทับใจ หรือให้ความรุ้ ข้อคิดในเรื่องใด มีข้อบกพร่อง หรือ จุดอ่อนอยู่ในวิธีเขียน หรือ เนื้อหาสาระของเรื่องในตอนใดบ้าง

จุดประสงค์ของการจัดการวิจารณ์หนังสือในห้องสมุด
  1. ส่งเสริมให้มีการอ่านหนังสือที่มีคุณค่ามากขึ้น
  2. ส่งเสริมให้มีวิจารณญาณในการอ่าน
  3. เป็นการแนะนำหนังสือที่ดีในการอ่าน
 ลักษณะของนักวิจารณ์ที่ดี
  1. เป็นนักอ่าน หรือชอบอ่านอย่างมีวิจารณญาณ
  2. เป็นผู้พยายามศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเรื่องของหนังสือ วิธีการวิจารณ์
  3. ควรได้ศ฿กษาชีวิตและงานของนักเขียน ทัศนคติที่ปรากฏเด่นชัดในงานประพันธ์ ลีลาการเขียน และควรศึกษาผลงานอื่นๆของผู้เขียนด้วย
  4. มีความสามารถในการอ่านและมีวิจารณญาณอันดี
  5. มีใจเป็นกลาง
การจัดนิทรรศการ (Library display) เป็นการแสดงผลงานการศึกษาอย่างหนึ่งด้วยการแสดงงานให้ชม อาจมีผู้บรรยายให้ฟัง หรือไม่มีก็ได้ จะใช้สถานที่ในอาคาร หรือนอกอาคารก็ได้ การจัดนิทรรศการนั้น จะต้องจัดอย่างมีระเบียบเรียบร้อย ดูง่าย คำนึงถึงความแจ่มชัด ก่อให้เกิดความรู้

วัตถุประสงค์ในการจัดนิทรรศการของห้องสมุด
  1. กระตุ้นให้เกิดความสนใจในหนังสือ การอ่าน
  2. แสดงให้ผู้ใช้ทราบว่า บริการของห้องสมุด และทรัพยากรของห้องสมุดจะช่วยคนในชุมชนอย่างไร
  3. แจ้งข่าวคราวความเคลื่อนไหวในห้องสมุด และเหตุการณืความเป็นไปของโลกภายนอกให้ผู้ใช้ทราบ
  4. เชิญชวนให้ผู้ใช้เข้าถึงห้องสมุดได้มากขึ้น
  5. เพื่อจัดบรรยากาศห้องสมุดให้สดใส